ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้าออนไลน์

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

การออกกำลังกายในผู้ป่วยเข่าเสื่อม thaihealth

บทความโดย พันโทชนศักดิ์ หทัยอารีย์รักษ์ กองเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเข่าเสื่อมหรือผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นมักเคยได้ยินคำแนะนำจากแพทย์ให้ออกกำลังกายและลดน้ำหนัก แต่เนื่องจากอาการปวดและโรคที่เป็นทำให้การตัดสินใจเลือกชนิดของการออกกำลังกายเป็นไปได้ยาก เนื่องจากข้อห้ามข้อควรระวังของผู้ป่วยกลุ่มนี้คือการลงน้ำหนักกระแทก ดังนั้นการวิ่ง กระโดด หรือการเล่นกีฬาบางชนิดก็ไม่สามารถเล่นได้อย่างเต็มที่ แท้จริงแล้วการออกกำลังกายในโรคเข่าเสื่อมยังทำได้อีกหลายวิธีโดยจะแบ่งเป็นการออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การออกกำลังแบบแอโรบิกและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

การออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรง กล้ามเนื้อรอบๆ เข่ามีส่วนช่วยในการพยุงร่างกายไม่ให้ข้อเข่ารับแรงกดมากเกินไป สามารถทำได้โดยการนั่งห้อยขาบนเก้าอี้ หรือนอนมีหมอนสามเหลี่ยมพยุงข้อเข่าไว้เพื่อไม่ให้ปวดหลัง และออกแรงเหยียดเข่าให้ตรงสุด จากนั้นเกร็งค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที ระหว่างที่เกร็งสามารถหายใจเข้า-ออกตามปกติ พยายามทำให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 ครั้ง และอย่าลืมว่ายิ่งออกมากยิ่งได้ประโยชน์มาก นอกจากนี้หากอาการปวดเข่าไม่มากและสามารถหาอุปกรณ์ได้อาจเข้ายิมเพื่อออกกำลังด้วยเครื่องเหยียดเข่า แต่ท่าที่ไม่แนะนำคือท่าย่อเข่าลงไปนั่งยองๆ หรือการแทงปลาไหลแบบนักเรียนทหาร หากต้องการทำให้เอาหลังพิงกำแพงและย่อลงมาเพียงเล็กน้อยอย่าให้เข่างอมากกว่า 90 องศา

การออกกำลังแบบแอโรบิก นับว่ามีประโยชน์ไม่แพ้กันในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม เนื่องจากการออกกำลังประเภทนี้จะใช้เวลานานและมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักซึ่งเป็นข้อแนะนำให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม โดยปกติหมอจะแนะนำการวิ่งเนื่องจากเป็นการแอโรบิกที่ทำได้ง่ายแต่ในผู้ป่วยเข่าเสื่อมบางระยะ การวิ่งกระแทกเท้าอาจทำให้อาการแย่ลงได้ ประเภทการออกกำลังกายที่แนะนำได้แก่ ว่ายน้ำหรือเดินในน้ำ เดินบนพื้นเรียบ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ โดยการออกกำลังกายในน้ำจะมีแรงกระทำต่อเข่าน้อยที่สุด แนะนำให้ออกกำลังจนรู้สึกเหนื่อยปานกลางเป็นระยะเวลา 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์หรือพยายามรวบรวมให้ได้ไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์

การออกกำลังยืดกล้ามเนื้อ สำหรับโรคเข่าเสื่อมนั้นแนะนำให้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ด้านหลังและน่อง ต้นขาด้านหลังและน่องสามารถยืดไปพร้อมกันได้โดยการนั่งเหยียดขา เข่าตรง ใช้ผ้าคล้องบริเวณฝ่าเท้าและออกแรงดึง กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าอาจวางเข่าบนเก้าอี้เตี้ยและแอ่นตัวไปด้านหน้าจนรู้สึกตึงต้นขา แนะนำให้ยืดค้างไว้ 10-20 วินาที ทำได้บ่อยครั้งในแต่ละวัน

ทั้งนี้คำแนะนำข้างต้นเป็นเพียงคำแนะนำทั่วไป ยังมีการออกกำลังกายและกีฬาชนิดอื่นที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ หากมีข้อสงสัยกรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา

Facebook Comments